บทที่ 3 บทที่ 1 คราม คเณศร์ (100%)

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวเลยนะคะ”

คเณศร์พยักหน้าตอบ มองร่างแบบบางลุกขึ้นเดินออกไปจนถึงประตูห้อง สายตาคู่ดุแข็งกระด้างมองตามจนกระทั่งแผ่นหลังบางหายออกไปครู่ใหญ่ ในใจจึงขบคิดวุ่นวายว่าจะทำเช่นไรกับหล่อน ปาริมาเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ที่ไม่ควรอยู่ นอกจากมันจะทำให้หล่อนตกอยู่ในอันตรายแล้วครอบครัวเล็กๆ ของหล่อนก็อาจพลอยเดือดร้อนไปด้วย

“คุณแหวนเรียกรวิศกับธเนศให้ผมด่วน!” เขาต่อสายออกคำสั่งกับเลขาในบริษัทหลังจากครุ่นคิดอยู่นานสองนาน นานกระทั่งสมองเริ่มเห็นแต่ใบหน้าอ่อนหวานของปาริมาเต็มไปหมด

“บางทีคงต้องหาวิธีพาเธอมาอยู่ใกล้ๆ ตัว” ใกล้แค่ไหนเขายังไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้คนของเขาที่ถูกส่งไปสืบเรื่องราวของคนร้ายแจ้งว่ารายชื่อและใบหน้าของปาริมาถูกแจกจ่ายกระจัดกระจายไปอยู่ในมือของ ‘ศัตรู’ ที่หมายจะเล่นงานเขาเรียบร้อยแล้ว แถมสถานะในกระดาษพวกนั้นหล่อนยังกลายเป็น ‘เด็ก’ ในการปกครองของเขาเสียอย่างนั้น ที่สำคัญเขายังถูกใครต่อใครหลายคนมองว่า ‘หิ้วปิ่นโต’ เลี้ยงเด็กอีกด้วย ไม่รู้ว่าข่าวคาวๆ เหล่านี้มาจากใคร แต่ถ้าจะให้สงสัยคงมีแค่คนคนเดียว…เพชรลดา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา!”

ชายหนุ่มรูปร่างสูงสันทัดผิวเข้มใบหน้าคมสันเดินเรียงรายเข้ามาก่อนจะยืนค้อมศีรษะรอรับคำสั่งอย่างทุกครั้ง คเณศร์มองลูกน้องสองคนของตนแล้วถอนหายใจ คำสั่งของเขาจะฟังดูพิลึกแค่ไหนกันนะ แล้วไอ้คนสนิทสองคนตรงหน้าจะทำหน้าอย่างไรตอนได้ยิน

“ต่อไปนี้รวิศจะมีหน้าที่ติดตามฉัน และทำงานในส่วนของธเนศ”

คำพูดของเจ้านายยังไม่ทันจบประโยคลูกน้องผู้ถูกขานชื่อให้รับหน้าที่แทนเพื่อนก็อุทานออกมาเสียงดังลั่น

“ห๊ะ!”

“ได้ยินแล้วหนิ ส่วนแกธเนศต่อไปนี้แกรับหน้าที่ติดตามดูแลปาริมาอย่างใกล้ชิด ข้อมูลที่ฉันได้มายัยเด็กนั่นอาจถูกใครสักคนที่ต้องการกำจัดฉันลากเข้าไปเกี่ยว ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนไปด้วย!”

“อะ เอ่อ ครับ” แม้ริมฝีปากจะขานรับคำสั่งแต่ใบหน้าของลูกน้องคนสนิททั้งสองคนกลับทำให้นายหัวเจ้าของเกาะฟ้าครามคิ้วกระตุก เขาเดาว่าลูกน้องจะแปลกใจแต่ไม่คิดว่ามันจะแปลกใจขนาดนี้!

“ครับก็ออกไปสิวะ มายืนทำหน้าเอ๋ออะไรตรงนี้!” น้ำเสียงเข้มติดกระด้างเล็กน้อยทำเอาสติที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยของคนสนิททั้งสองกลับเข้าที่ สองบอดี้การ์ดหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าหล่อเข้มยังมีความมึนงงเล็กน้อย หากทั้งสองก็ยอมค้อมกายถอยหลังออกไปทำตามคำสั่งในทันที

หลังจากลูกน้องคนสนิทแยกย้ายออกไปแล้ว คนที่ออกคำสั่งพิลึกพิลั่นก็หันกลับมานั่งมองเอกสารมากมายก่ายกองตรงหน้าต่อ

นางสาวปาริมา กาญจนธาดา

เขาอ่านข้อมูลของเธอซ้ำไปซ้ำมาหลายต่อหลายรอบ ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าทำไม ทำไมเขาต้องมานั่งทำอะไรไร้สาระแบบนี้ด้วย ทว่าคำถามเหล่านั้นก็เหมือนจะหาคำตอบไม่ได้

“บ้าชะมัด!”

บ้าที่สุด! ทำไมใบหน้าของเด็กคนนั้นถึงวนเวียนอยู่ในหัวเขาตลอดเวลา ไหนจะรูปร่างอรชร ผิวขาวเนียนละเอียดที่ไม่เข้ากันเลยกับชุดแม่บ้านสีเหลืองมัสตาร์ทที่หล่อนใส่ ทว่าดูเหมือนชุดแม่บ้านธรรมดาค่อนไปข้างสูงวัยจะไม่ทำอันตรายกับความงดงามของปาริมาได้เลย เขาชักอยากเห็นตอนหล่อนใส่ชุดธรรมดา หรือไม่ก็…ไม่ใส่อะไรเลย!

“บ้าเอ้ย สงสัยว่าฉันจะร้างลาเรื่องอย่างว่าไปนานถึงได้คิดอะไรบ้าๆ กับเด็กในบริษัท!”

ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง

เสียงดนตรีดังกระหึ่มในบรรยากาศมัวเมาของผับชื่อดังที่ผู้คนมักมาใช้บริการ กลิ่นเหงื่อไคล กลิ่นฟุ้งของควันบุหรี่ รวมไปถึงกลิ่นกรุ่นไอราคะจากเครื่องดื่มมึนเมาที่มากกว่าสิบชนิด ทุกอย่างดูวุ่นวายทั้งเสียงกรีดร้อง เสียงเพลง เสียงโห่ร้องของบรรดาหนุ่มๆ ที่ยืนจิบเครื่องดื่มมองสาวโยกย้ายส่ายสะโพกกลางฟอร์ อวดลวดลายแสดงฝีมือเพื่อแรกความสนใจ และหนึ่งในนั้นที่กำลังเป็นจุดสนใจก็คือ…สตรีรูปร่างสะโอดสะอง เอวคอดกิ่ว ทรวงอดอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือ ขาเรียวเสลาเข้ารับกับชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิงที่ขับผิวขาวสว่างให้โดดเด่นสะดุดตา ใบหน้างดงามแต่งองค์ทรงเครื่องครบครัน ริมฝีปากอิ่มฉาบไล้ด้วยลิปสติกสีเดียวกับชุดยิ่งขับใบหน้าให้ดูเซ็กซี่ และน่ามอง

‘เพชรลดา จรัสเจริญเกียรติ’ สาวสวยวัย 30ปีหมาดๆ ที่ได้รับรางวัลเซ็กซี่สตาร์จากนิตยสารชื่อดังถึงสามปีซ้อน เธอต่างเป็นที่อิจฉาทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะทางสังคม ต้นตระกูล ที่สำคัญผู้หญิงครึ่งประเทศต่างริษยาในชีวิตคู่ของเธอที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของผู้ชายที่ทรงอิทธิพลเป็นอันดับ 3 ของเอเชียอย่าง คเณศร์ ภูวอัศนัย แต่ในความโชคดีที่คนนอกต่างริษยานั้นหล่อนกลับมีแต่ความเกลียดชังในคู่ชีวิตที่แทบจะเผาทำลายกันและกันเมื่อมีโอกาส

ครั้งนี้ก็เช่นกัน หล่อนได้โอกาส ทว่าโอกาสนั้นก็พลาดท่าเสียทีไปเพราะความสะเพร่าที่เกิดจากคนไร้ฝีมือ!

“เรียบร้อยไหม? ” น้ำเสียงที่ถามเรียบนิ่งทว่ามีความกรุ่นโกรธอยู่ข้างในพอสมควร เพชรลดาทวงถามคำตอบจากบอดี้การ์ดคนสนิททั้งๆ ที่ร่างระหงยังคงโยกย้ายไปตามเสียงเพลงบนฟอร์กลางร้าน

“ขอโทษครับนายหญิง” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบหนุ่มลูกครึ่งค้อมกายประสานมือยืนนิ่งรอรับการลงโทษอยู่ไม่ไกล ทว่าเพชรลดากลับแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยุดขยับกายโยกย้ายแล้วเดินลงส้นเท้ากลับมายังโต๊ะวีไอพีของร้านซึ่งอยู่ในส่วนของลูกค้าวีไอพี หญิงสาวทิ้งกายลงนั่งก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้างตวัดสายตาคู่สวยจ้องมองลูกน้องคนสนิทที่กำลังเดินก้มหน้าตามมา

“ทำไม!”

เป็นคำถามที่หล่อนถามเป็นรอบที่ล้านเห็นจะได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนพยายาม ‘ฆ่า’ สามีของตัวเอง ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันวิวาห์ที่ถูกจัดขึ้นโดยมีเพียงเจ้าสาวอยู่ในงานหล่อนก็สาบานกับตนเองแล้วว่าจะต้องทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของผู้ชายที่ชื่อ คราม คเณศร์ ภูวอัศนัย ให้หมดสิ้น ไม่ว่าสิ่งใดที่ผู้ชายคนนั้นรักหล่อนจะต้องทำร้าย ทำลายมันให้หมดสิ้น!

ทว่า…สวรรค์กลับไม่เข้าข้าง เพราะไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคย ‘ตาย’ สักที มิหนำซ้ำ KNK Constructionยังรุ่งเรือง และก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ไม่มีสิ่งใดใกล้เคียงคำว่าล้มจมเลยสักนิด!

“เอ่อ คนของเราถูกฆ่าตายทั้งหมดครับ ส่วนคนที่รอดก็ถูกจับไปทรมาน และคงไม่เกินสามวัน…” น้ำเสียงของบอดี้การ์ดหนุ่มลูกครึ่งเบาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “ก็คงตายหมดครับ”

เพล้ง!

แก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั้นดีถูกขว้างส่งออกไปเฉียดใบหน้าหล่อเหลาเพียงนิดเดียว หากแต่คนถูกประทุษร้ายกลับค้อมศีรษะลงแล้วยืนนิ่งรอรับบทลงโทษอย่างเต็มใจ

“ฉันจะหมดความอดทนกับความล้มเหลวของนายแล้วนะเจค!”

‘เจค’ ค้อมกายลงเก้าสิบองศาใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด เขายอมรับความผิดเมื่อตนเองทำงานพลาดมาโดยตลอด แต่จะให้จัดการคนอย่าง ‘คราม คเณศร์ ภูวอัศนัย’ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ เขารู้ดีว่า ‘นายหญิง’ ของตนเกลียดชัง ‘สามี’ ในนามแค่ไหน หากแต่เพียงแค่ความเกลียดชังยังไม่มีอำนาจมากพอจะเป็นอันตรายกับผู้ชายที่มากด้วยบารมีคนนั้นได้

คนที่เกิดมาจากตมย่อมรู้จักใช้อำนาจในมือดีที่สุด เจครู้ดีว่าเหตุใดคเณศร์จึงแต่งงานกับเพชรลดา และรู้ดีอีกผู้ชายคนนั้นอันตรายยิ่งกว่าอันตราย!

“โอกาสยังไม่ใช่ของเราครับ”

“เมื่อไหร่ล่ะ ฉันรอมาสามปีแล้วนะ รอจนจะคลั่งตายอยู่แล้ว!”

ใบหน้าสดสวยแดงก่ำ ดวงตาลุกโชนด้วยไฟโทสะที่โหมกระพือจนหัวใจทั้งดวงแทบมอดไหม้ หล่อนเกลียดมันเหลือเกิน เกลียดจนไม่อยากใช้ออกซิเจนหายใจร่วมกับมัน แต่ว่าเพราะอำนาจในมือของมันกับหล่อนยังห่างชั้นกันพอสมควรส่งผลให้การ ‘กำจัด’ ผู้ชายคนนั้นยากเกินไป

“ก็ถ้าเราทำไม่ได้ ก็หาคนที่มันเก่งพอจะทำได้สิ!”

เจคเงยหน้ามองนายหญิงคนสำคัญของตนด้วยดวงตาตื่นกลัว หากจะยืมมือใครสักคนมาทำลายคนอย่างคเณศร์ได้คนคนนั้นต้องไม่ใช่แค่ผู้มีอิทธิพลธรรมดา

“นายหญิงคิดจะทำอะไรครับ”

ใบหน้าของบอดี้การ์ดลูกครึ่งซีดเซียวลงยามดวงตาคู่สวยลุกวาว ริมฝีปากอิ่มแสยะยิ้มร้ายจนผู้ชายที่ทำงานเป็นมือเป็นเท้าของหญิงสาวมาตลอดยังขยาด

“ทำยังไงก็ได้ให้มันฉิบหายหรือตายไปจากโลกนี้!”

เพชรลดากัดริมฝีปาก มือกำเข้าหากันจนจิกเล็บลงบนฝ่ามือเพื่อระบายความคั่งแค้นให้หัวใจ สามปีที่หล่อนทุกข์ทนกับการถูกคนในวงสังคมนินทา สามปีที่หล่อนต้องแบกหน้าออกงานเพียงลำพังและฟังคำเยาะเย้ยถากถาง ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งให้เผชิญหน้ากับคำถามของแขกเหรื่อในงานวิวาห์เมื่อสามปีที่แล้วยังเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนหล่อนตลอดมา

โชคดีหรือ…หล่อนอยากหัวเราะให้ตายไปข้างหนึ่ง

โชคดีกับผีน่ะสิ! การแต่งงานที่ได้รับคำชื่นชมว่ายิ่งใหญ่ และเป็นที่อิจฉาของผู้หญิงครึ่งประเทศกลับเป็นฝันร้ายที่เปรียบเสมือนนรกบนดินของหล่อนก็ไม่ปาน เมื่อเจ้าบ่าวที่หญิงสาวค่อนประเทศชื่นชม และเฝ้าฝันถึงเป็นยิ่งกว่าซาตาน

เขาเย็นชา บ้าอำนาจ และจิตใจอำมหิต เพราะหลังจากแต่งงานได้เพียงวันเดียวเขาก็บังคับข่มขู่เอาบริษัทจิวเวลรี่ของตระกูลหล่อนไปเป็นบริษัทลูกของ KNK Constructionบิดามารดาหล่อนไม่เหลืออะไรแล้ว ตอนนี้ตระกูลจรัสเจริญเกียรติเหลือแค่เปลือกกับเศษเงินที่ผู้ชายคนนั้นโยนให้ หล่อนเกลียด เกลียดคราม คเณศร์จนอยากจะฆ่ามันให้ตาย ทว่าไม่ว่าจะพยายามเช่นไรมันก็ไม่เคยตาย! มิหนำซ้ำมันยังก้าวหน้า และมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตรงกันข้ามกับหล่อนและครอบครัวที่นับวันจะยิ่งตกต่ำลงทุกที

“ไปสืบเรื่องของ ‘เพื่อน’ ที่ติดต่อคบค้าสมาคมกับมันมา ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าความลับที่มันซุกซ่อนอยู่คืออะไร!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป